เรื่องน่ารู้จากพระไตรปิฎก
คนสิ้นท่า
ขุดเรื่อยไป
การบูชายัญ
ชีพวายไม่คลายเพียร
ใครบ้ากันแน่
ลักษณะของความโกรธ
ลักษณะความเพียร
สาระว่าด้วยทาน
สิ้นสุดที่ความตาย
ปราบพยศ
พรหมทัตองค์ไหน
ปราบพยศ
ในอดีตกาล พระเจ้าพรหมทัต เสวยราชย์ในกรุงพาราณสี พระราชาทรงมีพระโอรสพระนามว่า ทุฏฐกุมาร เป็นผู้มีสันดานดุร้าย หยาบคาย พระราชาและพระประยูรญาติทั้งหลาย ไม่สามารถจะฝึกหัดอบรมเธอได้ วันหนึ่งมีดาบสองค์หนึ่งจาริกจากป่าหิมพานต์มากรุงพาราณสี พระราชาทอดพระเนตรเห็นท่านแล้วทรงเลื่อมใส่ ทรงนิมนต์ให้อยู่ในพระอุทยาน ทรงมอบหมายให้คนเฝ้าอุทยานคอยดูแลความเป็นอยู่แล้วเสด็จไปหาท่านทุกวัน
วันหนึ่ง ท้าเธอทรงพาพระกุมารไปหาพระดาบส รับสั่งว่า กุมารนี้ดุร้ายหยาบคาย พวกข้าพเจ้าไม่สามารถจะอบรมเธอได้ พระคุณเจ้าโปรดหาอุบายสักอย่างหนึ่งอบรมเธอให้ด้วยเถิด รับสั่งแล้วเสด็จหลีกไป
พระดาบสชวนพระกุมารเที่ยวไปในอุทยาน เห็นหน่อต้นสะเดาต้นหนึ่ง มีใบเล็กๆ 2 ใบ จึงกล่าวกับพระกุมารว่า เธอจงเคี้ยวกินใบของหน่อสะเดานั้นแล้วทราบรสไว้เถิด
พระกุมารทรงเคี้ยวใบสะเดาใบหนึ่ง เมื่อรู้รสแล้ว ทรงรีบถ่มทิ้งทันที
พระดาบสกล่าวว่า เป็นอย่างไรเล่า
พระกุมารกราบเรียนว่า ต้นไม้นี้เปรียบเสมือนยาพิษชนิดร้ายแรงในบัดนี้ ถ้าเจริญเติบโตขึ้นคงฆ่ามนุษย์เสียเป็นอันมาก รับสั่งแล้วถอนหน่อสะเดานั้นแล้วขยี้จนแหลกด้วยพระหัตถ์
พระดาบสกล่าวว่า เธอกล่าวถึงหน่อสะเดานี้ว่า แม้ต้นจะเล็กยังขมถึงเพียงนี้ โตขึ้นจักขมเพียงใด อาศัยมันแล้วจะมีความเจริญมาแต่ไหน แล้วถอนขยี้ทิ้งไป เธอปฏิบัติในหน่อสะเดานี้ฉันใด แม้ชาวแว่นแคว้นของเธอก็ฉันนั้น จักพากันกล่าวว่า พระกุมารนี้ยังเด็กอยู่ยังดุร้ายหยาบคายอย่างนี้ เมื่อเจริญวัยครองราชสมบัติแล้วจักทำอย่างไร ที่ไหนพวกเราจักอาศัยเธอพากันจำเริญได้ แล้วไม่ยอมถวายราชสมบัติถอดถอนเธอเสียเหมือนหน่อสะเดาแล้วขับไล่ไปจากแว่นแคว้น เพราะฉะนั้น เธอจงละความดุร้ายหยาบคายถึงพร้อมด้วยความอดทน ความเมตตา และความเอื้อเฟื้อเถิด
จำเดิมแต่นั้น พระกุมารก็เลิกพยศ สมบูรณ์ด้วยความอดทน ความเมตตา และความเอื้อเฟื้อ ดำรงอยู่ในโอวาทของพระดาบส ครั้นพระชนกล่วงลับไปแล้ว ก็ได้ครองราชสมบัติ
นิทานเรื่องนี้ (เอกปัณณชาดก) เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า คนที่ดุร้ายหยาบคายชอบข่มเหงรังแกคนอื่น ย่อมไม่เป็นที่รักที่ชอบใจแม้ของพ่อแม่พี่น้องของเขา แม้ของบุตรภรรยาหรือสามีของเขา แม้ของญาติมิตรของเขา ดังนั้น จึงไม่ต้องกล่าวถึงคนอื่นเลย
แม้คนดีๆ เมื่อถูกความโกรธครอบงำแล้ว ก็กลายเป็นคนที่ดุร้ายน่าหวาดหวั่นเหมือนอสรพิษที่กำลังเลื้อยมากัดคน เหมือนโจรที่มุ่งแต่จะปล้นฆ่าผู้อื่น เหมือนยักษ์มารที่ดุร้ายกินคน ควรหรือที่เราจะปล่อยตัวปล่อยใจให้ความโกรธครอบงำแล้วทำตนให้ต่ำ เป็นที่น่ารังเกียจของคนอื่นๆ ถึงเพียงนั้น เกิดเป็นมนุษย์ดีๆ แล้วไม่ชอบใจไม่พอใจ กลับไปชอบทำตัวต่ำ เป็นสัตว์ดิรัจฉานบ้าง เป็นโจรบ้าง เป็นยักษ์มารบ้าง กล้าประพฤติสิ่งที่น่าละอายได้อย่างหน้าตาเฉยไม่ละอาย ทำลายความเป็นมนุษย์ของตนให้หมดไป ด้วยการปล่อยตัวให้เป็นทาสของความโกรธ
ทุกชีวิตต้องผจญกับความทุกข์สารพัด ลำพังแต่คมหนาว ร้อน หิว กระหาย แก่ เจ็บ ตาย เพียงแค่นี้ก็ทำให้ทุกข์ยากจนสุดจะทนอยู่แล้ว จึงไม่ควรเบียดเบียนเข่นฆ่ากัน เพิ่มทุกข์ให้แก่กันอีก แต่ควรช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในการดับทุกข์
โลกนี้ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ชีวิตมนุษย์นั้นสั้นนักเหมือนฟ้าแลบแวบเดียวก็หายไป เหมือนอารมณ์ที่ฝันเห็น ตื่นขึ้นแล้วก็ดับไป เหมือนปู่ย่าตายายที่เคยมีชีวิตอยู่ บัดนี้ล้มหายตายจากไปแล้ว ตัวเราและบุคคลที่เราโกรธก็เช่นกัน ไม่นานก็ต้องละโลกนี้ไป จึงไร้ประโยชน์ที่มัวมาแก่งแย่งชิงดีกันโกรธเคืองกัน
เมื่อมองในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรม ร่วมแก่เจ็บตายด้วยกัน หรือมองให้ซึ้งถึงความไม่เที่ยงของชีวิต ก็จะช่วยให้คลายความโกรธลงได้



บริษัท การพิมพ์บางกอก จำกัด 533/9 ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2245-1771, 0-2245-2546, 0-2247-3412-4 Fax : 0-2642-4598 Emil : info@bangkokmag.com
เว็บนี้จะแสดงผลได้ดีเมื่อดูที่ 1024 X 768 pixels