เรื่องน่ารู้จากพระไตรปิฎก
คนสิ้นท่า
ขุดเรื่อยไป
การบูชายัญ
ชีพวายไม่คลายเพียร
ใครบ้ากันแน่
ลักษณะของความโกรธ
ลักษณะความเพียร
สาระว่าด้วยทาน
สิ้นสุดที่ความตาย
ปราบพยศ
พรหมทัตองค์ไหน
สิ้นสุดที่ความตาย
ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์ เจริญวัยแล้วเล่าเรียนศิลปะ ในเมืองตักกสิลา แล้วกลับไปยังสำนักของบิดามารดา ทั้งที่พระโพธิสัตว์ไม่ต้องการครองเรือง บิดามารดาได้ทำการสมรสให้กับกุมารีผู้มีรูปร่างงดงาม ชื่อสัมมิลลหาสินี
เมื่อบิดามารดาของพระโพธิสัตว์สิ้นชีวิตแล้ว พระโพธิสัตว์และนางสัมมิลลหาสินีก็สละทรัพทย์ทั้งหมดให้เป็นทานแล้วทั้งสองก็ออกบวชไปอยู่ป่าหิมพานต์
วันหนึ่ง นักบวชทั้งสองออกจากป่าหิมพานต์ เที่ยวไปถึงพระราชอุทยานเมืองพาราณสี นางสัมมิลลหาสินีเกิดอาพาธและมีอาการทรุดลงเพราะไม่ได้ยาที่สมควร พระโพธิสัตว์จึงพยุงนางไปที่ประตูพระนคร ให้นอนในศาลาแห่งหนึ่ง ส่วนตนเข้าไปภิกขาจารเมื่อพระโพธิสัตว์ยังไม่ทันกลับมา นางได้ถึงแก่กรรมลง มหาชนเห็นรูปสมบัติของนางก็พากันห้อมล้อมร้องไห้
พระโพธิสัตว์กลับมาพบเข้าก็ดำริว่า สิ่งที่มีอันจะแตกไปเป็นธรรมดาย่อมแตกไป สังขารทั้งปวงไม่เที่ยงหนอ แล้วนั่งบริโภคอาหารบนแผ่นกระดานที่นางนอนอยู่
มหาชนถามว่า นักบวชหญิงนี้เป็นอะไรกับท่าน
พระโพธิสัตว์กล่าวว่า เมื่อเวลาเป็นคฤหัสต์ นางเป็นภรรยาของเรา
มหาชนถามว่า แม้พวกเรายังทนไม่ได้พากันร้องไห้ เพราะเหตุไรท่านจึงไม่ร้องไห้
พระโพธิสัตว์ตอบว่า เมื่อยังมีชีวิตอยู่ นางย่อมเป็นอะไรๆ กับเรา บัดนี้ไม่เป็นอะไรๆ กัน เพราะนางไปสู่โลกอื่น ไปสู่อำนาจของคนอื่นแล้ว
จากนั้นก็แสดงธรรมแก่มหาชนว่า นางสัมมิลลหาสินีได้ไปอยู่กับผู้ที่ตายไปแล้วเป็นจำนวนมาก เมื่อนางไปอยู่กับพวกนั้นแล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเรา เพราะฉะนั้นเราจึงไม่เศร้าโศกถึงนางสัมมิลลหาสินีผู้เป็นที่รักนี้
ถ้าบุคคลเศร้าโศกถึงผู้ใด แล้วทำให้ผู้นั้นฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ บุคคลก็พึงเศร้าโศกถึงตน ซึ่งตกอยู่ในอำนาจของมัจจุราชทุกเมื่อ
อายุสังขารใช่จะเสื่อมไปเฉพาะเมื่อยืน นั่ง นอน หรือเดิน อยู่เท่านั้นก็หาไม่ แม้ในเวลาอันน้อยนิดชั่วหลับตาลืมตา วัยก็เสื่อมไปแล้ว
เมื่อชีวิตและร่างกายดำเนินไปสู่ความเสื่อมเช่นนี้ ความพลัดพรากจากกันก็ต้องมีโดยไม่ต้องสงสัย ผู้ที่ยังอยู่ควรเมตตาต่อกัน ส่วนผู้ที่ตายไปแล้วไม่ควรเศร้าโศกถึง
เมื่อพระโพธิสัตว์ แสดงธรรมแล้ว มหาชนพากันกระทำฌาปนกิจศพนางสัมมิลลหาสินี จากนั้นพระโพธิสัตว์ก็ไปป่าหิมพานต์ ทำฌานและอภิญญาให้บังเกิดมีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า
(อนนุโสจิยชาดก 27/610-613)
คติที่ได้จากเรื่องนี้คือ คนเราจะมีความสัมพันธ์กันในฐานะต่างๆ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง บุตรหลาย ญาติมิตร คู่ครองหรือคนรัก ต่อเมื่อต่างก็ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อฝ่ายหนึ่งตายจากไป ความสัมพันธ์ก็สิ้นสุดลง เหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำของผู้ที่ยังอยู่ ความทรงจำนี้เปรียบเหมือนความฝัน ซึ่งว่างเปล่า ไม่จริงจัง ไม่ควรเก็บเอามาคิดปรุงแต่งให้อาลัยอาวรณ์เศร้าเสียใจ



บริษัท การพิมพ์บางกอก จำกัด 533/9 ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2245-1771, 0-2245-2546, 0-2247-3412-4 Fax : 0-2642-4598 Emil : info@bangkokmag.com
เว็บนี้จะแสดงผลได้ดีเมื่อดูที่ 1024 X 768 pixels