|
|
 |
 |
 |
 |
ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์ เจริญวัยแล้วเล่าเรียนศิลปะ
ในเมืองตักกสิลา แล้วกลับไปยังสำนักของบิดามารดา ทั้งที่พระโพธิสัตว์ไม่ต้องการครองเรือง
บิดามารดาได้ทำการสมรสให้กับกุมารีผู้มีรูปร่างงดงาม ชื่อสัมมิลลหาสินี
เมื่อบิดามารดาของพระโพธิสัตว์สิ้นชีวิตแล้ว พระโพธิสัตว์และนางสัมมิลลหาสินีก็สละทรัพทย์ทั้งหมดให้เป็นทานแล้วทั้งสองก็ออกบวชไปอยู่ป่าหิมพานต์
วันหนึ่ง นักบวชทั้งสองออกจากป่าหิมพานต์ เที่ยวไปถึงพระราชอุทยานเมืองพาราณสี
นางสัมมิลลหาสินีเกิดอาพาธและมีอาการทรุดลงเพราะไม่ได้ยาที่สมควร
พระโพธิสัตว์จึงพยุงนางไปที่ประตูพระนคร ให้นอนในศาลาแห่งหนึ่ง
ส่วนตนเข้าไปภิกขาจารเมื่อพระโพธิสัตว์ยังไม่ทันกลับมา นางได้ถึงแก่กรรมลง
มหาชนเห็นรูปสมบัติของนางก็พากันห้อมล้อมร้องไห้
พระโพธิสัตว์กลับมาพบเข้าก็ดำริว่า สิ่งที่มีอันจะแตกไปเป็นธรรมดาย่อมแตกไป
สังขารทั้งปวงไม่เที่ยงหนอ แล้วนั่งบริโภคอาหารบนแผ่นกระดานที่นางนอนอยู่
มหาชนถามว่า นักบวชหญิงนี้เป็นอะไรกับท่าน
พระโพธิสัตว์กล่าวว่า เมื่อเวลาเป็นคฤหัสต์ นางเป็นภรรยาของเรา
มหาชนถามว่า แม้พวกเรายังทนไม่ได้พากันร้องไห้ เพราะเหตุไรท่านจึงไม่ร้องไห้
พระโพธิสัตว์ตอบว่า เมื่อยังมีชีวิตอยู่ นางย่อมเป็นอะไรๆ กับเรา
บัดนี้ไม่เป็นอะไรๆ กัน เพราะนางไปสู่โลกอื่น ไปสู่อำนาจของคนอื่นแล้ว
จากนั้นก็แสดงธรรมแก่มหาชนว่า นางสัมมิลลหาสินีได้ไปอยู่กับผู้ที่ตายไปแล้วเป็นจำนวนมาก
เมื่อนางไปอยู่กับพวกนั้นแล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเรา เพราะฉะนั้นเราจึงไม่เศร้าโศกถึงนางสัมมิลลหาสินีผู้เป็นที่รักนี้
ถ้าบุคคลเศร้าโศกถึงผู้ใด แล้วทำให้ผู้นั้นฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้
บุคคลก็พึงเศร้าโศกถึงตน ซึ่งตกอยู่ในอำนาจของมัจจุราชทุกเมื่อ
อายุสังขารใช่จะเสื่อมไปเฉพาะเมื่อยืน นั่ง นอน หรือเดิน อยู่เท่านั้นก็หาไม่
แม้ในเวลาอันน้อยนิดชั่วหลับตาลืมตา วัยก็เสื่อมไปแล้ว
เมื่อชีวิตและร่างกายดำเนินไปสู่ความเสื่อมเช่นนี้ ความพลัดพรากจากกันก็ต้องมีโดยไม่ต้องสงสัย
ผู้ที่ยังอยู่ควรเมตตาต่อกัน ส่วนผู้ที่ตายไปแล้วไม่ควรเศร้าโศกถึง
เมื่อพระโพธิสัตว์ แสดงธรรมแล้ว มหาชนพากันกระทำฌาปนกิจศพนางสัมมิลลหาสินี
จากนั้นพระโพธิสัตว์ก็ไปป่าหิมพานต์ ทำฌานและอภิญญาให้บังเกิดมีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า
(อนนุโสจิยชาดก 27/610-613)
คติที่ได้จากเรื่องนี้คือ คนเราจะมีความสัมพันธ์กันในฐานะต่างๆ
เช่น พ่อแม่ พี่น้อง บุตรหลาย ญาติมิตร คู่ครองหรือคนรัก ต่อเมื่อต่างก็ยังมีชีวิตอยู่
เมื่อฝ่ายหนึ่งตายจากไป ความสัมพันธ์ก็สิ้นสุดลง เหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำของผู้ที่ยังอยู่
ความทรงจำนี้เปรียบเหมือนความฝัน ซึ่งว่างเปล่า ไม่จริงจัง ไม่ควรเก็บเอามาคิดปรุงแต่งให้อาลัยอาวรณ์เศร้าเสียใจ |
 |
 |
 |
 |
|